Touronthai on Moblie www.touronthai.com
Home ปราจีนบุรี


 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใกล้ๆ ทางขึ้นเขาใหญ่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ แล้วก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว

บริษัท ดีเอสดี บลอสซัม จำกัด
สำนักงานใหญ่ : 100/149 หมู่ 1 ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร 74000
โทร +66 3442 1290 แฟกซ์ +66 3482 1070
ปราจีนบุรี : 179 หมู่ 12 ถนนปราจีน-เขาใหญ่ ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองฯ จังหวัดปราจีนบุรี 25230
โทร +66 3723 9800
อีเมล์: happiness@dasada-happiness.com
เว็บไซต์: www.dasada-happiness.com

ติดต่อสอบถาม โทร +66 3723 9800
http://www.dasada-happiness.com

จำนวนผู้ชม 23491

ดาษดาแกลเลอรี่

ดาษดาแกลเลอรี่   อาคารแสดงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับแบบเรือนกระจกทั้งหลังตั้งตระหง่านเห็นได้ชัดเจนตรงทางขึ้นเขาใหญ่ ถ้ามาจากแยกเนินหอมวงเวียนขนาดใหญ่ตรงทางขึ้นเขาใหญ่ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ดาษดาจะอยู่ขวามือ จะเห็นประตูทางเข้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ เป็นประตูแรก ตรงนี้เป็นทางเข้ารีสอร์ท ถ้าจะมาเที่ยวดาษดาแกลเลอรี่อย่างเดียวไม่ค้างคืนที่นี่ต้องไปเข้าประตู 3 ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 300 เมตร ระหว่างนั้นผมเห็นมีข่วงหนึ่งมองเห็นแกลเลอรี่ในมุมที่สวยก็เลยจอดแวะเพื่อเก็บรูปนี้มา ก่อนที่จะขับตรงไปเข้าประตู 3 ต่อไป



จากลานจอดรถต้องเดินไป

จากลานจอดรถต้องเดินไป   เข้ามาที่ประตู 3 มีลานจอดรถพอประมาณ กะคร่าวๆ น่าจะจอดได้ 30-40 คัน จากนั้นต้องเดินไปยังแกลเลอรี่ ทางเดินเป็นทางลาดยาง 2 ข้างมีต้นไม้เป็นระยะๆ บนดินปกคลุมด้วยพืชคลุมดินเล็กๆ สีเขียวทั้งหมดมองไม่เห็นดินเลยครับ ตรงหน้าที่เห็นเป็นอาคารขนาดค่อนข้างใหญ่ สร้างแบบเรือนกระจกใสทั้งหมด ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นน้ำกว้างขวางทีเดียว นักท่องเที่ยวเดินเข้าเดินออกตามทางเดินไม่เคยเห็นว่างเลย ใครๆ จะไปเที่ยวเขาใหญ่ บางทีก็แวะที่นี่ก่อน บางทีก็มาแวะตอนขากลับ รถแต่ละคันจะจอดกันไม่นานนัก ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เดินชมกันทั่วแกลเลอรี่แล้วก็เดินทางต่อไป

ทางเดินสีเขียวแห่งดาษดา

ทางเดินสีเขียวแห่งดาษดา   ใช้เวลาอยู่กลางแดดกันนานโข ระหว่างที่เดินไปยังอาคาร แบบนี้เห็นทีจะต้องแนะนำว่า ถ้าจะมาละก็อย่าลืมร่มทีเดียวเชียว พอถึงอาคารก็มองย้อนกลับมาที่ลานจอดรถ เห็นมั้ยครับว่ามันไม่ใกล้เท่าไหร่ แต่ก็ยังเดินได้แบบสบายใจแถมมีเวลาในการถ่ายรูปกันสนุกทีเดียว เพราะบริเวณโดยรอบตกแต่งได้สวยงาม เน้นสีเขียวเป็นหลัก

หน้าเรือนกระจก

หน้าเรือนกระจก   ก่อนที่จะเดินเข้าในอาคารซึ่งมีประตู 2 ชั้นแบ่งด้านในที่เป็นห้องปรับอากาศอย่างดี ถ้าใช้ประตูชั้นเดียวคงเสียพลังงานมาก ผมลองเดินมาดูที่ด้านหน้า เพราะตอนที่มองเข้ามาไกลๆ ในภาพแรกผมเห็นตัวอะไรยืนอยู่นอกอาคาร เกิดความสงสัยเลยเดินมาดู ปรากฏว่าเป็นเจ้าหมีตัวใหญ่ ทำท่าเหมือนจะส่องหาอะไรที่อยู่ในเรือนกระจก เส้นทางข้างหน้านี้เดินไปจนถึงร้านอาหารได้ครับ แต่ตอนนี้คงต้องเข้าไปชมข้างในกันสักหน่อยแล้วค่อยว่ากันใหม่

แผนผังดาษดาแกลเลอรี่

แผนผังดาษดาแกลเลอรี่   เป็นภาพที่ได้มาจากเว็บไซต์ของดาษดาที่ http://www.dasada-happiness.com/ เอามาให้ดูกันว่าอาคารเรือนกระจกขนาดใหญ่โตหลังนี้มีอะไรบ้าง เริ่มจากมุมล่างซ้ายของภาพที่เป็นรูปดอกไม้เรียงกันนั่นเป็นทางเดินที่เราเพิ่งจะเดินมาจากลานจอดรถครับ ตอนนี้เรายืนอยู่ที่บริเวณ Arival Hall รูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีวงกลมตรงกลางครับ ตรงนี้จะมีการตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาชนิดเป็นวงกลมมีป้ายคำว่า "ดาษดา" แน่นอนว่าเห็นป้ายไม่ได้ต้องถ่ายรูป จากตรงนี้จะมีทางเดินได้ 2 ทาง ทางแรกคือไปทางขวาของรูปแผนผังก็คือ ดาษดาแกลเลอรี่ จะเห็นว่ามีจุดกลมๆ เล็กๆ อยู่ด้านนอกของผัง เขียนว่า dasada's bear ก็คือเจ้าหมีที่ยืนอยู่นอกอาคารนั่นเอง อีกทางคือขึ้นไปด้านบนของภาพ เป็นทางไปยังอาคารจัดแสดงชั่วคราว ซึ่งในช่วงปกติก็จะไม่มีกิจกรรมอะไรครับ จะเป็นอาคารว่างๆ แต่ถ้ามีงานอีเวนต์ซึ่งได้แก่ วันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ฯลฯ ละก็ อาคารนี้ก็จะมีอะไรๆ ให้เราได้ชมกันอีกเยอะ
 โดยมากแล้วเท่าที่สังเกตุอยู่สักพักก็จะเห็นนักท่องเที่ยวมุ่งหน้าเข้าดาษดาแกลเลอรี่กันหมด น้อยคนนักที่จะเดินขึ้นด้านบนของผังเพราะเห็นมีดอกหน้าวัวตั้งเรียงกันอยู่ และการตกแต่งก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนในแกลเลอรี่ประตูปิดทึบมองจากด้านนอกไม่รู้ว่ามีอะไร แต่คนก็เลือกที่จะเปิดประตูเดินเข้าไป ประตูชั้นในเป็นประตูอัตโนมัติ เปิดทันทีที่เราเข้าไปในประตูขั้นแรก ถือว่ามีการใช้พลังงานกันอย่างรัดกุมทีเดียวครับ

ป้ายดาษดา

ป้ายดาษดา   ก่อนที่เราจะเข้าไปชมกันว่าในแกลเลอรี่มีอะไร ตอนนี้ผมจะใช้เวลาอยู่กับซุ้มไม้ดอก ได้แก่ดอกหน้าวัวหลากสี และกล้วยไม้ กับอุปกรณ์ตกแต่งอีกหลายอย่างหลายมุมให้เราเลือกเก็บภาพประทับใจกันให้เต็มที่


  


  

ประตูดาษดาแกลเลอรี่

ประตูดาษดาแกลเลอรี่   เจ้าม้าที่ทำขึ้นจากหนวดฤๅษี 2 ตัว ยืนสง่าอยู่ข้างบานประตูชั้นนอก มีเก้าอี้รูปผีเสื้อไว้ให้ ใครอยากจะเก็บภาพมุมไหนจะใช้พรอพอะไรก็เลือกๆ กันตามใจชอบเลยครับ

ภายในดาษดา

ภายในดาษดา   เอาละครับตอนนี้ผมก็เดินผ่านประตูอัตโนมัติชั้นที่ 2 เข้ามาอยู่ในโซนแกลเลอรี่กันแล้ว บริเวณนี้จะตกแต่งแตกต่างกันตามเทศกาลครับ เรียกว่างานอะไรก็จัดให้เป็นธีมเข้ากับบรรยากาศของเทศกาลนั้นๆ ในช่วงวาเลนไทน์ การตกแต่งแกลเลอรี่จะเป็นลักษณะของการเน้นความโรแมนติก ความหวานฃื่นมีคู่รักหลายคู่สวมชุดวิวาห์แสนสวยมาถ่ายรูปที่ดาษดา ลองเข้าไปชมกันได้ที่แกลเลอรี่ของเว็บไซต์ดาษดาได้ครับ พอดีตอนผมไปไม่มีเทศกาลอะไรพิเศษ แต่เท่าที่เห็นนี้ก็มีมุมให้ถ่ายรูปกันจนเหนื่อยแล้วละครับ


  


   ตรงนี้เป็นทางเข้าชมไม้กระถางครับ ดาษดาปลูกไม้ดอกหลายชนิดอยู่ในกระถาง และไม่ได้มีไว้ให้ชมกันอย่างเดียวครับแต่ขายด้วย ชอบดอกอะไรสีไหนก็เลือกกันได้ตามสบาย ส่วนจะมาถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วเดินกลับออกมาก็ไม่มีใครว่าอะไรครับ มุมนี้ก็จัดไว้ให้ถ่ายรูปเป็นพิเศษอีกมุมหนึ่งอยู่แล้ว

เลือกซื้อไม้กระถาง

เลือกซื้อไม้กระถาง   มีอยู่หลายชนิดหลายสีครับ ราคาแต่ละกระถางถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้นกันได้เลย

เจ้าหมีนอกหน้าต่าง

เจ้าหมีนอกหน้าต่าง   พอดีว่าสงสัยครับ ว่าเจ้าหมีด้านนอกยืนทำอะไรอยู่กันแน่ก็เลยเดินมาดู ก็เห็นมันพยายามจะมองเข้ามาด้านในนี่เอง คงเป็นลูกๆ ของมันที่นั่งชิงช้าเล่นอย่างสบายใจอยู่ด้านใน

ดารดาษในดาษดา

ดารดาษในดาษดา   คำไทยๆ ที่ไม่ค่อยได้ใช้ ทั้งคำว่าดารดาษ และคำว่า ดาษดา มีความหมายว่ามากมายเกลือนกลาด จากบริเวณที่เป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับเราในก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้ามา ต่อจากตรงนี้ไปจะเป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งจะเน้นไปทางไม้ดอก มีจำนวนมากมายวางเรียงรายดาษดื่น แต่ละดอกก็จะมีสีสันสวยงาม เรียงติดกันไปเว้นช่องเป็นทางเดินเล็กๆ เหมือนเดินอยู่ในแดนวิมานแสนสวย ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้เป็นที่ถูกอกถูกใจใครหลายๆ คน อะ แต่อย่าลืมนะครับว่า ที่นี่ขายดอกไม้ครับ ถ้าชอบหรือสนใจดอกไหน สีอะไร ถามราคากันได้เลย อย่ามัวแต่ชมกันจนเพลินละ


  


  


  

la lalla

la lalla   มาชิมดอกไม้กันเถอะ ไม่ได้พูดเล่นๆ เอาตลก ในดาษดามีดอกไม้ให้กินกันครับ นอกจากมีดอกไม้แสนสวยนานาพันธุ์แล้ว ภายใต้ Glass House ขนาดใหญ่มีร้านเบเกอรี่สุดเก๋ "la lalla" ลา ลัลลา ไอศครีมโฮมเมดที่กำเนิดขึ้นด้วยการนำสีสัน และรสชาตจากแรงบันดาลใจแห่งดอกไม้ มาลองดูกันครับ ลา ลัลลา นั้นเป็นห้องที่แบ่งออกไปทางด้านข้าง กั้นด้วยกระจกใสทั้งหมด นั่งอยู่ด้านในก็จะเห็นบรรยากาศของร้านที่ไม่เหมือนที่ไหน เพราะที่นี่โอบล้อมด้วยดอกไม้หลากสีและมีจำนวนมาก
 ผลงานของร้านเบเกอรี่ลา ลัลลา ได้แก่ Phalaenopsis White Choc Raspberry ไอศครีมที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสสีขาวจุดแดง รสชาติหวานและเปรี้ยวนิดๆ
 Hydrangea Mint Blueberry ได้ไอเดียมาจากดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอมชมพู ได้รสชาติเย็นสดชื่นจากมิ้นต์ และ
 Blooming Tea สร้างสรรค์มาจากชาดอกไม้ผสมสตรอเบอรี่และมะม่วงได้รสชาติออกขมอมเปรี้ยว ของผลไม้แห้ง และอีกหลากหลายรสชาติให้คุณได้ลิ้มลองไม่มีเบื่อ

 พร้อมอีกหลากหลายเมนูทั้งเบเกอรี่และเครื่องดื่ม เอกลักษณ์เฉพาะที่ la lalla ยังมีของฝาก สุดแสนพิเศษเช่น Flowering Tea ชาดอกไม้รูปแบบแสนสวย, la lalla Candy ที่สั่งทำรูปแบบพิเศษเฉพาะที่นี่ ที่เดียว ให้เลือกได้หลากหลาย บริการสุดแสนประทับใจ สมเป็นวันพักผ่อนสุดพิเศษ

 ข้อมูลของเมนูใน ลา ลัลลา ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dasada-happiness.com/th/Gallery-Information/la-lalla-ice-cream.html

บรรยากาศหน้าร้าน

บรรยากาศหน้าร้าน   ด้านหนึ่งของร้านมีระเบียงสร้างสูงขึ้นไปเป็นชั้นลอยเป็นมุมหนึ่งที่จะได้เห็นดอกไม้แบบดาษดาในมุมสูง

ดอกไม้บานสะพรั่ง

ดอกไม้บานสะพรั่ง   สีสันของดอกไม้มากมายหลายชนิดอวดสีกันเต็มพื้นที่เว้นช่องเป็นทางเดินให้เราได้ชมสวนดอกไม้จำนวนมากเหล่านี้ได้อย่างเพลิดเพลิน ใครได้เข้ามาในนี้แล้วกลับออกไปโดยไม่มีรูปติดมือไปด้วยละก็คงจะแปลกน่าดู หรือไม่ก็คงมีเหตุผลเดียวคือกล้องแบตหมดนั่นเอง ลองได้นั่งสั่งไอศกรีมมากินบนระเบียงแห่งนี้ จับจองเก้าอี้ตัวที่อยู่ขอบระเบียงด้านหน้า ได้ขมวิวกันเพลินไปเลย

สตูดิโอกลางดอกไม้

สตูดิโอกลางดอกไม้   ด้วยเหตุที่ว่าภายในดาษดาแกลเลอรี่สวยอย่างที่เห็น ก็เลยกลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปในหลายๆ โอกาส โดยเฉพาะรูปแต่งงาน รองลงมาก็คือรูปรับปริญญา แต่ละวันที่นี่ต้อนรับนิสิตนักศึกษาจากหลายสถาบัน มีชุดครุยหลากสีเข้ามาถ่ายรูปในพื้นที่ รู้สึกว่าจะไม่มีการเก็บค่าเข้าเพิ่ม แต่ไม่แน่ใจนะครับ อันนี้ลองสอบถามกันดูอีกที


  

ห้องน้ำดาษดา

ห้องน้ำดาษดา   เอาละเดินชมนั่งชิมอะไรต่อมิอะไรกันมานานพอสมควรแล้ว ตอนนี้ก็ออกมาจากห้องปรับอากาศ มีทางเดินเชื่อมไปยังห้องจัดแสดงชั่วคราว ระหว่างทางมีห้องน้ำคั่นอยู่ตรงกลาง ห้องน้ำชายอยู่ขวามือ ด้านนอกตกแต่งสวยงามสมกับที่เป็นที่แสดงดอกไม้ เดี๋ยวเข้าไปข้างในดีกว่า

ห้องน้ำ open air

ห้องน้ำ open air   เป็นไงครับห้องน้ำชาย ไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มเติม ความรู้สึกโล่งอย่างไม่เคยมาก่อน ปุ่มกดน้ำอยู่ซ้ายมือ (เห็นหลายๆ คนงงๆ หาปุ่มกดน้ำไม่เจอ) ด้านหน้าทำเป็นน้ำล้อมรอบ มีไม้น้ำประดับรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติจริงๆ

บริเวณรอบๆ

บริเวณรอบๆ   ออกมาจากห้องน้ำก็จะเห็นห้องจัดแสดงชั่วคราวเลยครับ แต่มองมาด้านหลังเห็นบรรยากาศสวยดีเลยเดินออกมาชมซะหน่อย ธรรมชาติที่งดงามกับการตกแต่งที่ทำให้เรามองไม่เห็นดินเอาซะเลยนี่ ประทับใจจริงๆ

ท่าเรือดาษดา

ท่าเรือดาษดา   ที่เห็นนี้น่าจะเป็นล็อบบี้ จากข้อมูลที่ดูในเว็บบอกว่านักท่องเที่ยวที่เข้าพักที่นี่จะต้องไปล็อบบี้ด้วยทางเรือ หรือไม่ก็คงเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับลงเรือพายชมบรรยากาศรอบรีสอร์ท

ดาษดารีสอร์ท

ดาษดารีสอร์ท   เป็นพื้นที่เฉพาะที่ให้คนที่พักที่นี่เท่านั้นเข้าบริเวณนั้นได้ ซึ่งถ้าเราพักที่นี่ก็ขับรถเข้าประตู 1 ส่วนที่มาเที่ยวแกลเลอรี่ ก็เข้าประตู 3 แล้วก็ไม่สามารถจะไปเดินปะปนกับแขกในนั้นได้ เป็นยังไงละครับ บรรยากาศน่ามาลองพักดูสักทีเหมือนกันนะ จะได้มาเดินชมดอกไม้ได้นานๆ ในแกลเลอรี่นี้ด้วย

พื้นที่จัดแสดงชั่วคราว

พื้นที่จัดแสดงชั่วคราว   ชมวิวกันพอแล้วก็กลับเข้ามาในอาคารกันต่อ ตรงนี้มีสามล้อจอดอยู่ 2 คัน สีขาวทั้งคู่ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยในแต่ละวัน ทั้งนั่งทั้งปั่นถ่ายรูปกันสนุกทีเดียว


  

ภาพจากแกลเลอรี่

ภาพจากแกลเลอรี่   เป็นภาพจากเว็บไซต์ของดาษดา ที่ผมคัดเอามาให้ชมกันบางส่วนเพราะเห็นว่าจัดได้สวยงามมากๆ เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทุกๆ ครั้งที่ไปดาษดา ฉะนั้นจะไปกี่ทีก็คงไม่เบื่อครับ ลองไปในช่วงเทศกาลต่างๆ ดูแล้วจะรู้ว่าแหล่งชมดอกไม้สวยกับไอเดียที่สร้างสรรค์ ให้ความสุขแก่ผู้มาเยือนได้ขนาดไหน

ภาพปิดท้ายการเที่ยวดาษดา

ภาพปิดท้ายการเที่ยวดาษดา   จบไว้เพียงเท่านี้ครับ ภาพนี้มาจากมุมหน้าร้านเบเกอรี่เป็นธีมเดียวกันกับภาพบน แหมเห็นแล้วเสียดายที่วันนั้นไม่ได้ไปดู ถ้าเกิดว่าเดินชมดอกไม้กันจนหิวละก็เดินออกไปอาคารใกล้ๆ กันมีห้องอาหารด้วยนะครับ พบกันใหม่ทริปหน้าครับ....



© 2012 www.touronthai.com