Touronthai on Moblie www.touronthai.com
Home ชลบุรี


 Mimosa City of Love แลนด์มาร์กแห่งใหม่เกิดขึ้นที่พัทยาใต้ ด้วยคอนเซปต์ของสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสโบราณ ผสมผสานกับหมู่มวลดอกไม้นานาชนิดที่ประตับตกแต่งอยู่ทั่วบริเวณของมิโมซ่า เป็นศูนย์รวมสินค้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีสินค้ามากมายหลายชนิดให้เลือกซื้อ ทั้งของตกแต่ง ของฝาก ของที่ระลึก ยังมีศูนย์อาหาร และร้านอาหารไทย อาหารนานาชาติ หลากหลายเมนู ที่พร้อมให้บริกาอย่างครบครัน มีนวดแผนไทย สปา ทั้งหมดนี้อยู่ในอาคารที่ออกแบบมาเป็นธีมฝรั่งเศส แสนโรแมนติก

การเดินทางไปมิโมซ่าพัทยา ตั้งอยู่นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ต่อจากพัทยาใต้ เลยตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา ไปอีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ใช้มอเตอร์เวย์แยกไปพัทยา ถึงถนนสุขุมวิท มีแยกพัทยาเหนือกับพัทยากลาง ให้เลี้ยวซ้ายไปทางพัทยากลาง ตรงไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร มิโมซ่าประกอบด้วยอาคารสีสันสดใสอยู่ซ้ายมือ สังเกตุง่าย มีลานจอดรถด้านหน้า และด้านข้าง

ค่าเข้าชมมิโมซ่า บัตรราคา 150 บาท (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด 25/3/57) สำหรับผู้ใหญ่ ใช้เป็นส่วนลดสำหรับอาหารและเครื่องดื่มได้หลายร้าน จะมีป้ายบอกที่หน้าร้าน

เวลาทำการของมิโมซ่า เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 22.00 น. มีการแสดง หลายรอบด้วยกันที่ลานน้ำพุ การแสดงหลากหลายไม่ซ้ำกันในแต่ละรอบ ประกอบน้ำพุตามจังหวะดนตรี แสงสีตระการตา ตามสไตล์ของพัทยาโชว์

ติดต่อสอบถาม Office (66) 38 237 318-9 , 08 2467 6444 Fax (66) 38 237 318
https://www.facebook.com/mimosapattaya
http://www.mimosa-pattaya.com/

จำนวนผู้ชม 9424

Mimosa

Mimosa   ด้านหน้าของมิโมซ่า หลังจากที่เดินทางออกจากบ้านแต่เช้า กะว่าจะไปถึงมิโมซ่าตอนเปิดก็คือ 10.00 น. พอดิบพอดี แต่พอมาถึงลานจอดรถด้านหน้าเต็ม ก็เลยขับตรงไปตามที่ รปภ. บอก เข้าซอยเล็กๆ ด้านข้างมีลานจอดรถกว้างใหญ่ไพศาลแล้วก้เดินย้อนมาทางด้านหน้า หาห้องขายบัตรเข้า หารู้ไม่ว่าจากลานจอดรถด้านข้างเค้ามีทางเข้าอีกทางเดินใกล้กว่าเยอะ แต่ไม่เป็นไรเพราะถึงยังไงเราก็ต้องมาถ่ายรูปด้านหน้าอยู่ดี



แผนผังมิโมซ่า

แผนผังมิโมซ่า   ภาพนี้เอามาจากเว็บของมิโมซ่า เพราะน่าจะอธิบายสถานที่ต่างๆ ได้ดีกว่าวาดเอง ด้านขวาของรูปเป็นถนนสุขุมวิท ที่มาจากพัทยาใต้ ถึงหน้ามิโมซ่ามีลานจอดรถอยู่ตรงกลางของอาคาร 2 หลัง ตืออาคาร D กับ F แต่ที่จอดรถมันเต็มแล้ว (นี่ขนาดมา 10 โมงนิดๆ เองนะ) ก็เลยไปจอดด้านหลังอาคารชุด C กับ B แล้วเดินอ้อมมาซื้อบัตรที่เขียนว่าทางเข้า 1 แม้ว่าดูจากผังจะเห็นการแบ่งโซนที่ค่อนข้างชัดเจนว่าตรงไหนเป็นอาหารตรงไหนเป็นเครื่องดื่ม ตรงไหนเป็นเสื้อผ้าและแฟชั่น ตรงไหนเป็นของที่ระลึกแต่พอเดินเข้าไปจริงๆ แล้วในอาคารแต่ละโซนก็จะมีของขายมากมายหลายอย่างสลับกันไป ทั้งของกินของที่ระลึกและเสื้อผ้า ส่วนที่ไม่ปนกับใครจริงๆ ก็คือสปา มิโมซ่าเพิ่งจะเปิดมาได้ไม่นาน มีร้านหลายร้านที่ยังตกแต่งไม่เสร็จ ก็ยังคงเป็นห้องว่างๆ อยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็เปิดให้บริการเลือกซื้อเลือกหาได้เกือบเต็มพื้นที่แล้ว

สัญลักษณ์แห่งมิโมซ่า

สัญลักษณ์แห่งมิโมซ่า   เริ่มต้นการเดินเที่ยวนครแห่งความรัก หลังจากซื้อบัตรแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี เราก็พากันเดินเลี้ยวขวา จากแผนผังตรงทางเข้า 1 เราเดินไปอีกฟากของมิโมซ่า เพราะเห็นว่ามีตึกสวยๆ เรียงกันเป็นแนว น่าจะเหมาะสำหรับการเริ่มต้น ก็มีคนอีกมากมายที่เลือกเดินตรงเข้าไป ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเดี๋ยวทุกคนก็คงจะเดินจนครบรอบอยู่ดี พอเลี้ยวขวามาได้หน่อยเราจะเห็นรูปปั้นที่แสนโรแมนติกตรงหน้าอาคาร O ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส คงไม่มีใครพลาดการถ่ายรูปมุมนี้แน่ๆ

สาวๆ ในมิโมซ่า

สาวๆ ในมิโมซ่า   ไม่ใช่ว่าน้องๆ เค้าทำงานที่นี่หรอก เค้าก็มาเที่ยวนะแหละแต่พอเจอเราเค้าก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ช่วยถ่ายรูปหมู่ เราก็แจมๆ เค้ามาอีกที ฉากด้านหลังเป็นรถม้าที่เราจะเห็นกันในหนังสือเทพนิยายหลายเรื่อง รถคันนี้จอดอยู่ชิดด้านหน้าเปิดเป็นบาร์ ถ้ามากลางวันไม่ค่อยได้เห็นว่าเค้าขายอะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นตอนเย็นเค้าจะมาเปิดร้านขายเครื่องดื่ม มีโต๊ะเก้าอี้จัดไว้เป็นกลุ่มๆ หลายตัว เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมจุดหนึ่งของที่นี่

Mimosa City of Love

Mimosa City of Love   เอาละตอนนี้เราก็ได้เวลาที่เดินตะลุยเข้าไปในเมืองแห่งความรักกันแล้ว แต่ขอออกตัวไว้นิดนะว่า งานนี้ขอภาพนางแบบกับวิวเมืองเป็นหลัก ส่วนที่ว่าในมิโมซ่าเค้าขายอะไรกันบ้างนี้บอกตรงๆ ว่าถ่ายมาให้ชมกันไม่หวาดไม่ไหว ร้านค้าที่มีอยู่มากกว่า 200 ยูนิต โดยมีอาคารที่เป็นแบบฝรั่งเศสโบราณสีหวานแหวว ของที่ขายอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็เหมือนกับที่อื่นๆ ละครับ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่ก็เพื่อถ่ายรูปมากกว่าที่จะมาหาของที่ต้องการครับ จะมีก็พวกร้านเครื่องดื่มที่เปิดอยู่เป็นจุดๆ ให้เราได้หาของแก้กระหายได้เป็นระยะๆ เพราะอากาศบ้านเรามันไม่ได้เหมือนฝรั่งเศสจริงๆ แล้วต้องมาเดินที่กว้างๆ แบบนี้ จะหิวน้ำบ่อยๆ

 พอเดินมาที่ฟากตรงข้ามกับทางเข้า หน้าอาคารโซน C ถ้าเลี้ยวขวาไปตามทางเดินก็จะเป็นทางออก พอเดินออกไปแล้วมีห้องน้ำอยู่ 1 จุด (บอกเรื่องห้องน้ำไว้ก่อนเพราะมันจำเป็น) ถ้าไปเข้าห้องน้ำต้องบอก รปภ.ก่อน เพราะจะต้องเดินกลับเข้ามาอีก

 อาคารโซน C เป็นอาคารทรงสูงเท่าๆ กันทั้งหมดแต่ก็มีรูปแบบแตกต่างกันไปให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองจริงๆ การตกแต่งรูปแบบหน้าต่างประตูต่างกันไปหมด สีสันที่เลือกใช้ก็เน้นความสะดุดตา มีโคมไฟตั้งเป็นแนวตามทางเดิน มีม้านั่งเป็นจุดๆ ขนานไปกับสวนตอกไม้หลายอย่าง เราจะเห็นกุหลาบมากเป็นพิเศษในโซนนี้ แล้วก็ยังมีตู้โทรศัพท์ให้เราได้ใช้เป็นฉากในการถ่ายรูป มีสวนหินที่เราหินมาเรียงตั้งไว้สูงๆ หลายแถว ชอบมุมไหนก็เลือกกันเอา อาคารแถวยาวๆ ด้านหลังในภาพนี้มีร้านอาหารทั้งไทยและเทศไว้บริการ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวที่นี่ก็ไม่น้อย ไม่ต้องลำบากเรื่องของกินเลยทีเดียว

 พูดถึงเรื่องถ่ายรูป เราไปก็ได้มามุมละหลายรูป แต่จะลงให้ดูหมดก็คงไม่ไหว มีหวังเปิดหน้าเว็บไม่ขึ้นแน่ๆ ตั้งแต่ 10.30 น. ถึง 2 ทุ่ม (นักแสดงกับร้านค้าหลายร้านจำหน้าเราได้เลย) ถ่ายมาทั้งหมด 600 กว่ารูป ลบรูปเสียเหลือ 500 กว่ารูป เลือกเอารูปที่อยากลงเว็บได้ 93 รูป แล้วมาคัดออกอีกทีจนเหลือ 17 รูป ไม่ใช่เล่นเลยครับสำหรับมิโมซ่า หลายคนที่มาก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ความลำบากของการถ่ายรูปก็อยู่ตรงที่คนเดินกันเยอะมาก ต้องอาศัยจังหวะการหลบมุมที่ดีจะมีภาพสวยๆ ติดมือกลับบ้านเยอะเลยล่ะ


   หลากหลายตัวช่วยในการหาภาพสวยๆ เอาไว้เป็นที่ระลึก ที่เราเห็นอยู่ระหว่างอาคาร C กับอีกด้านเป็นอาคารเล็กๆ กว่าหน่อยเป็นโซน V ถ้าดูในผังก็จะเป็นตึกส้มกับตึกเขียว นักแสดงที่จะมาทำการแสดงในรอบ มิโมซ่าโชว์ไทม์ 6 โมงครึ่ง (ตอนเย็น) จะออกมาเดินโชว์ตัวไปมาอยู่ตรงนี้ แต่จะมากันช่วงประมาณใกล้ๆ เที่ยง เป็นต้นไป เราเดินถ่ายรูปไปจนครึ่งของมิโมซ่าแล้วถึงได้มาเห็นนักแสดงเหล่านี้ ก็เลยถ่ายรูปกันอีกชุดใหญ่ที่มุมเดิม (ตอนเช้าเราถ่ายรูปมุมพวกนี้เสร็จไปรอบนึงแล้วละ) นักแสดงแต่งตัวสวยๆ กับปีกกว้างๆ นอกจากความสวยแล้วยังใช้ประโยชน์ในการปิดบังคนที่เดินอยู่เต็มไปหมดที่ด้านหลังได้ด้วย นักแสดงในคอนเซปต์มิโมซ่าวิงส์มีหลายคน แต่ตัวกันหลายสี แต่ยกเอามาเป็นตัวอย่างให้ชมเฉพาะชุดขาวคนเดียวก่อน (อย่างที่บอกแหละถ้าลงหมดทั้ง 93 รูปหน้าเว็บเปิดไม่ขึ้นแน่ แต่เดี๋ยวจะให้ชมกันในแบบภาพย่อ ค่อยคลิกขยายใหญ่เอานะครับ)

โย่งๆ กลางเมือง

โย่งๆ กลางเมือง   นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้เก็บภาพเอามากับมนุษย์ต่อขาสูงเกือบเท่าตึกเลยทีเดียว สองคนนี้ก็จะเดินกลับไปกลับมา คนเข้ามาถ่ายรูปกันเยอะ ส่วนจะให้ทิปหรือไม่ให้เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ การถ่ายรูปให้ได้ตามแสงดูเหมือนว่าช่วงบ่ายจะเหมาะกว่าช่วงเช้า ถึงจะเสียดายอยู่หน่อยว่าวันนี้ฟ้าไม่สวยเท่าไหร่ แต่ถ้ามองเฉพาะสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสที่ไม่ต้องเดินทางไปไกลครึ่งโลก ที่นี่ก็นับว่าดีสำหรับเราแล้วล่ะ

Wall painting

Wall painting   งานศิลปะในอาคาร เป็นสิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นโดยบังเอิญ ตรงอาคารแถวขวาสุดด้านหน้าจะมีร้านที่ยังตกแต่งไม่เสร็จเลยไม่ได้เปิดขายอะไร ใครผ่านไปผ่านมาก็ยืนกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ว่าจะเข้าไปถ่ายรูปได้หรือเปล่า สรุปว่าเข้าได้นะครับ ไม่มีใครว่าอะไร คนงานก็ยังคงทำงานต่อไป ผนังในอาคารห้องนี้มี 2 ด้านที่เพนท์รูปวิวเมืองสวยๆ ให้เราได้เก็บภาพ ตามใจชอบ ในระหว่างที่เดินรอบๆ มิโมซ่า จะมีรูปพรีเว็ดดิ้ง (รูปคู่แต่งงาน) ติดโชว์ไว้หลายจุด หนึ่งในนั้นใช้ฉากในอาคารหลังนี้ในการถ่ายรูป ก็ออกมาสวยทีเดียว

Mimosa Building T

Mimosa Building T   เดินตรงเข้ามาตามทางเดินเรื่อยๆ ครับ มีอาคารที่ออกแบบสวยๆ หลายห้องเลย แต่ผมขอถ่ายรูปมาให้ชมแบบเป็นแถวยาวๆ ไปเลยดีกว่า ถ้าเอาแบบเรียงห้องรูปจะเยอะไปหน่อย ตรงนี้เป็นอาคาร T ใกล้จะสุดทางเดินฝั่งขวามือของมิโมซ่าแล้วครับ ตรงข้ามกับอาคาร T เป็นอาคาร B ซึ่งเป็นศูนย์อาหาร มีอาหารมากมายหลายอย่างให้เลือกเหมือนกับศูนย์อาหารตามห้าง ต้องแลกคูปอง แต่ตอนนี้ยังไม่หิวขอเดินเที่ยวต่ออีกหน่อย รูปแบบของอาคารในโซน T จะต่างไปจากโซน X กับ V ที่เราเดินผ่านมานิดหน่อย คือมีปล่องควันสูงๆ โผล่ขึ้นมา โทนสีของอาคารก็จะเป็นสีอ่อนลงหน่อย ดูสบายๆ ดี ห้องแรกของโซนเป็นเครื่องดื่ม กำลังเหมาะเลย เพราะเดินมาถึงตรงนี้ก็เสียเหงื่อไปเยอะ หาอะไรเย็นๆ จิบแล้วเดินต่อกันดีกว่า

ออฟฟิศมิโมซ่า

ออฟฟิศมิโมซ่า   เป็นอาคาร A ในผังของมิโมซ่า อยู่ด้านขวาลึกเข้าไปด้านในสุด อาคารสีเหลือสูง 3 ชั้น มีคนบอกว่าสีเหมือนคัสตาร์ดดี ในอาคารชั้นล่างเป็นห้องน้ำชายหญิง ห้องน้ำในอาคารนี้เป็นห้องน้ำที่สวยที่สุดที่เราเห็นในมิโมซ่า มีอยู่มากมายหลายห้อง ลืมบอกไปว่าข้างศูนย์อาหารก็มีทางเดินไปตรงทางเข้าที่ 2 (ลานจอดรถด้านหลัง) มีทางเลี้ยวไปห้องน้ำได้อีก 1 จุด

 เอาเรื่องตึก A หรือสำนักงานของมิโมซ่าต่อดีกว่า นอกเหนือจากอาศัยเข้าห้องน้ำแล้ว ไม่รู้ว่าชั้นบนจะขึ้นไปได้หรือเปล่า ไม่ได้ลองเดินหาทางขึ้น และก็ไม่เห็นมีใครขึ้นไปด้วย ส่วนใหญ่ก็จะมาถ่ายรูปหน้าตึกเอาวิวสวยๆ ผนังด้านหน้ามีเพนท์ลายกุหลาบ หน้าตึกมีพื้นที่กว้างพอสมควรปลูกต้นไม้ให้เราได้อาศัยร่มเงา มีมุมให้นั่งเล่น มีสวนดอกไม้ให้ถ่ายรูป ส่วนหนึ่งมีรูปหัวใจเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นมุมมหานิยมขนาดไหน หัวใจพวกนี้แทบจะไม่ว่างเลย กว่าจะเข้าไปถ่ายรูปได้ก็ต้องรอสักพักต่อคิวกันครับ ด้านตรงข้ามเป็นซุ้มเล็กๆ ขายน้ำ ไอติม น้ำผลไม้ปั่น พันซ์ อะไรทำนองนี้

หอนาฬิกาปองดูเซร์

หอนาฬิกาปองดูเซร์   นี่ก็เป็นจุดศูนย์กลางของนครแห่งความรักมิโมซ่า หอนาฬิกาเป็นหอสูงๆ ทำให้ดูเก่าๆ จากตึกสำนักงาน ก่อนจะเดินมาถึงตรงนี้ก็จะต้องผ่านตึก P สีม่วงๆ ในแผนผัง เป็นอาคารสำหรับโรงหนัง 6 มิติ ซึ่งมีเครื่องเล่นมากมายหลายอย่างในอาคารหลังใหญ่หลังเดียว ภายในประกอบด้วย
 หนัง 6 มิติ XD Theater
 Haunted House (บ้านผีสิง)
 Mirror Maze Lost city ห้องวงกตกระจก
 Formula 1 เกมรถแข่ง
 XD Dark Ride เกมยิงปืน 3 มิติ
 MAXFlight ห้องจำลองการบิน
 Kidsland มุมสำหรับเด็กๆ ที่ต้องมารอผู้ใหญ่อย่างเราๆ เข้าไปเล่นเครื่องเล่น

 ทั้งหมดที่กล่าวมา ยังไม่ได้ลองเล่นครับ บรรยายไม่ได้ เดี๋ยวคราวหน้าละกัน ตอนนี้เดินถ่ายรูปอย่างเดียวไปก่อน บริเวณใกล้ๆ กับหอนาฬิกาปองดูเซร์ จะมีคลองที่ปลูกตอกไม้เอาไว้รอบๆ ทั้ง 2 ฟาก มีหงส์กับเป็ดสีขาวว่ายน้ำสนุกสนานกลับไปกลับมา ให้เราได้ถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน มุมนี้เป็นมุมที่คนเยอะ เพราะต่างคนต่างก็มารุมถ่ายรูปหงส์กันไม่ยอมไปไหนง่ายๆ

ลานน้ำพุมิโมซ่า

ลานน้ำพุมิโมซ่า   หลังจากที่เดินเก็บภาพตามอาคารต่างๆ ข้างล่างเสร็จกันแล้วครึ่งหนึ่ง (ซีกขวาซีกเดียวเองเล่นเอาหมดเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง) เสียงเพลงที่ดังทั่วทั้งมิโมซ่า ทำให้เราคิดว่าที่ลานน้ำพุก็น่าจะมีการเล่นน้ำพุประกอบดนตรี ซึ่งก็มีจริงๆ ด้วย เราเดินขึ้นมาชั้น 2 มีบันไดทางขึ้นหลายจุดแต่เอาจุดที่เราใกล้สุดก็คือหอนาฬิกาปองดูเซร์ แล้วก็มาดูลีลาของน้ำพุที่พุ่งตามจังหวะของเสียงเพลง เพลินดีเหมือนกัน บางจังหวะน้ำก็พุ่งสูงมาก แรงลมก็พัดเอาน้ำไปตกออกด้านนอก เปียกไปหมด ตามตารางของโชว์ จะมีรอบแรก 18.30 น. หรือ 6.30 PM ในป้ายที่เขียนบอกเอาไว้หลายจุด เรากะว่าจะรอดูโชว์สักรอบก่อนที่จะกลับ ยังคงเหลือเวลาอีก 6 ชั่วโมง ที่เราจะเดินถ่ายรูปกันต่อไป ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเดินไปเรื่อยๆ เวลาก็หมดลงไปเอง เพราะตอนนี้ 2 ชั่วโมงกว่ายังได้แค่ครึ่งเดียวเอง กินน้ำไปก็หลายร้านเพราะเหงื่อท่วมตัวตลอดเวลา นี่ยังดีที่วันนี้แดดไม่แรงไม่งั้นค่าน้ำคงหลายร้อย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านกาแฟที่มีแอร์ถึงได้มีลูกค้าแน่นร้านตลอดวัน


   อีกด้านของอาคารที่ล้อมลานน้ำพุ ออกแบบได้สวยงามไม่แพ้ที่ไหนเลย ลานน้ำพุจัดม้านั่งเป็นร้อยตัวเอาไว้ให้คนมานั่งดูโชว์ตอนเย็น เรามีบรรยากาศช่วงโชว์มาให้ดูกันด้วย จะเห็นเลยว่าคนแน่นขนาดไหน

พักกลางวันในศูนย์อาหาร

พักกลางวันในศูนย์อาหาร   เอาละเดินมาก็นานแล้วดูนาฬิกาแล้วน่าจะเป็นเวลาอาหารมื้อเที่ยง เราเดินไปที่ศูนย์อาหารใกล้ๆ สำนักงาน เพราะเชื่อว่ามีเมนูให้เลือกเยอะที่สุด แต่ถ้าสนใจจะลองชิมอาหารต่างชาติให้ดูโก้ๆ หน่อยก็ลองเดินดูไปเรื่อยๆ ครับ มาหลายร้านด้วยกัน แต่ถึงจะนั่งในศูนย์อาหารเราก็มีอาหารแบบนานาชาติกินได้ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ หรือสเต็ก ภายในศูนย์อาหารเค้ามีโซนที่นั่งมากมายให้เลือก แต่แนะนำว่าให้เดินมานั่งตรงแถวแรกสุด คือถ้าเดินมาจากด้านหน้าให้เข้าไปเลือกโต๊ะเลย เพราะตรงนี้จะมีช่องเปิดให้ลมผ่านได้ เป็นทางเดินไปทะลุห้องน้ำใกล้ๆ ทางเข้าด้านข้างของมิโมซ่า ในเวลาที่ร้อนระอุตอนกลางวัน ช่องลมตรงนี้ช่วยคลายร้อนได้ดีที่สุดเลย แล้วค่อยไปเดินเลือกดูเมนูที่เราชอบ แต่ต้องแลกคูปองก่อนนะ อาหารที่นี่ดูสะอาดดี ราคาไม่แพงด้วย มื้อเที่ยงของเรากินอาหาร 3 ชาติ ซูชิ สเต็ก กับส้มตำ เมนูหลังนี้ถือว่าเป็นสลัดสำหรับกินแกล้มกับสเต็ก เข้าท่าดีเหมือนกัน จบมื้อเที่ยงแบบง่ายๆ ไม่เน้นแป้ง


   อิ่มหนำกันแล้ว เราออกเดินมาอีกด้านหนึ่งของมิโมซ่า ที่จริงโซนนี้อยู่ใกล้ทางเข้าด้านหน้า แต่เรามาเดินเป็นช่วงท้ายๆ เป็นอาคาร J กับ K ระหว่างนี้เราก็เลือกถ่ายรูปกับตึกสีสวยๆ แต่เอาเป็นว่าให้ดูเป็นหมู่ตึกมุมกว้างไปละกัน เพราะรูปท่าทางจะเยอะไปหน่อยละ บริเวณนี้มีร้านไอติมอยู่ร้านนึง มีน้ำด้วย จัดไปไอติมคนละโคนกับน้ำอีกขวด คลายร้อนแบบสุดๆ แล้วก็ถ่ายรูปกับร้านไอติม เค้ามีมุมหน้าร้านจัดไว้น่ารักๆ ด้วยตุ๊กตาหมีกับดอกไม้สวยๆ ลูกค้าถ่ายรูปฟรี ถ้าไม่ซื้อของเค้าแล้วจะมาถ่ายรูปเก็บ 20 บาท ลองเลื่อนลงไปดูรูปย่อเล็กๆ ด้านล่างที่จะพยายามใส่ให้มากที่สุดให้ชมกัน

จับจองที่นั่งชมมิโมซ่าโชว์ไทม์

จับจองที่นั่งชมมิโมซ่าโชว์ไทม์   พอเวลา 6 โมงเย็น ผู้คนก็เริ่มที่จะมาจับจองที่นั่งรอบๆ น้ำพุ ชั้นล่างดีหน่อยมีม้านั่งเรียงไว้ให้ ส่วนเราของเลือกยืนชั้นบน เพื่อเก็บภาพมุมสูงเห็นได้รอบๆ เจ้าหน้าที่ขายบัตรบอกให้เรารู้ว่าพื้นที่ตรงกลางใกล้ๆ ห้องควบคุมเครื่องเสียงเป็นมุมที่สวยที่สุดของโชว์ ตอนนี้ต้องรีบไปจองที่กันแล้วครับ เห็นมั้ยว่า เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าโชว์จะเริ่มแต่คนจะเต็มแล้ว

มิโมซ่าโชว์ไทม์

มิโมซ่าโชว์ไทม์   ครึ่งขั่วโมงของการรอคอย น้ำพุประกอบเสียงเพลงอันไพเราะ สลับกับแสงสีที่สาดส่องเพิ่มมิติให้กับสายน้ำที่พลิ้วไหว เพลงแล้วเพลงเล่า ไม่ได้ยินเสียงใครบ่นเรื่องการเริ่มต้นของโชว์ ทุกคนค่อนข้างมีความสุขกับน้ำพุเต้นระบำที่อยู่ตรงหน้า หลายคนก็เอามือถือออกมาถ่ายคลิปสวยๆ เอาไว้ เราก็ถ่ายคลิปสลับกับภาพนิ่งมาหลายต่อหลายภาพ แต่ของเอาภาพการแสดงอันสุดแสนโรแมนติกประทับใจ มาให้ชมกัน 1 ภาพ ส่วนที่เหลือก็มีเป็นภาพย่อเล็กข้างล่างอีกมาก การแสดงชุดที่เห็นในรูปนี้ เป็นการแสดงละครเพลงประกอบกับเพลงยอดนิยมในสมัยหนึ่ง ก็คือ My Heart Will Go On ในหนังเรื่องไททานิค แต่เนื้อหาเรื่องราวเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาใหม่ เริ่มจากสาวน้อยแสนสวยมาเที่ยวเมื่องแห่งนี้ เดินถ่ายรูปไปตามมุมต่างๆ จนรู้สึกกระหายน้ำ สาวน้อยดื่มน้ำจากลานน้ำพุ แล้วก็รู้สึกมึนงงล้มลงไป พอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่ในแดนเทพนิยาย ได้พบเจ้าชายคนหนึ่ง เธอเต้นรำกับเจ้าชายจนเวลาในโลกแห่งเทพนิยายของเธอได้หมดลง เธอกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริงและเสียใจมาก เอาแต่ร้องไห้เสียใจที่จะไม่ได้พบเจ้าชายอีก แต่แล้วเจ้าชายปรากฎตัวขึ้นมา แล้วก็ได้ครองรักกัน เป็นการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง จุดเด่นของการแสดงนี้ก็คือตัวแสดงที่เล่นบทสาวน้อย แต่หน้าทำผมจนเหมือนตุ๊กตาที่แสนน่ารัก ทำให้คนหลายคนที่ยืนดูการแสดงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าตกลงเธอเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ ^_^

 การแสดงประกอบน้ำพุระบำเคล้าเสียงเพลงส่วนมากก็คือการลิปซิงค์ แต่การแต่งตัวของนักแสดงกับแสงสีที่จัดอย่างสวยงาม ทำให้คนดูชอบใจมาก จากเวลา 6 โมงครึ่ง ไปจนถึงทุ่มครึ่ง การแสดงชุดแรกก็จบลง จากนั้นก็จะมีรอบต่อไปเวลา 2 ทุ่ม แต่เราคงจะดูได้เฉพาะชุดแรกเท่านั้น ซึ่งก็น่าจะเพียงพอในการที่เอาภาพสวยๆ เหล่านี้มาให้ชมกัน อยากดูเต็มๆ กว่านี้ก็ต้องไปเองละครับ รับรองว่าสวยกว่าในรูปเป็นกองเลย

อำลามิโมซ่า

อำลามิโมซ่า   ภาพปิดท้ายสำหรับค่ำคืนอันแสนหวานในเมืองแห่งความรัก หลังจากการแสดงจบลง เราเดินเก็บภาพแสงสีตอนกลางคืนของมิโมซ่าอีกรอบ แล้วก็เดินทางกลับ 10 ชั่วโมงในเมืองแห่งนี้ไม่มีเบื่อเลย น่าเห็นใจนางแบบที่โพสต์ท่าจนหมดคิดท่าไม่ออกไปเลยทีเดียว ก็ถ่ายกันตั้ง 500 กว่าภาพอะนะ ว่างๆ ลองไปดูเองครับแล้วจะพบว่ามันสวยกว่าดูในเว็บจริงๆ ส่วนเรื่องข้าวของที่วางขายก็มีหลายร้านที่มีสินค้าน่าสนใจ อาหารหลายร้านก็น่ากิน แต่ก็อย่างว่าเรากินทุกร้านไม่ไหว ไว้โอกาสหน้าถ้าไปอีก จะมาเขียนรีวิวภาค 2 นะ

แผนที่มิโมซ่า

แผนที่มิโมซ่า  



© 2012 www.touronthai.com