Touronthai on Moblie www.touronthai.com
Home ภูเก็ต


 แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม อยู่ตอนใต้สุดของเกาะ ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า เดินไปจนถึงปลายแหลมมองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และเกาะแก้วอยู่ด้านหน้า เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมี \"ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ\" สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี แสงโคมไฟจะมองเห็นไกล 39 กม. ใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือ

ติดต่อสอบถาม ททท. สำนักงานภูเก็ต 0 7621 1036 , 0 7621 2213
http://www.tourismthailand.org/phuket

จำนวนผู้ชม 15875

ทางเดินชมวิวแหลมพรหมเทพ

ทางเดินชมวิวแหลมพรหมเทพ   เดินทางมาถึงแหลมพรหมเทพแล้วก็จะต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถจากนั้นมีทางเดินลาดนิดหน่อยขึ้นมาด้านบนแล้วก็เดินเล่นชมวิวได้รอบๆ บริเวณครับทิวต้นตาลก็สวยดีมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาถ่ายรูปกันเยอะตั้งแต่บ่ายไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตก



เกาะหน้าแหลมพรหมเทพ

เกาะหน้าแหลมพรหมเทพ   หน้าแหลมพรหมเทพมีเกาะอยู่สองเกาะ เกาะหนึ่งคือเกาะแก้วพิสดารซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางไปเที่ยวมีเรือบริการจากหลายๆ ท่าเรือเช่น อ่าวฉลอง ท่าเรือหาดราไวย์ เป็นต้น เป็นองค์ประกอบหนึ่งของภาพพระอาทิตย์ตกได้ดี

แหลมพรหมเทพ

แหลมพรหมเทพ   เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลหลายสิบเมตร สามารถลงไปเดินเล่นได้

ศาลพระพรหม

ศาลพระพรหม   เป็นที่ศรัทธาของประชาชนมีการนำตุ๊กตาม้า ช้าง มาถวายรอบฐานจำนวนมาก

สถานที่สำคัญของแหลมพรหมเทพ

สถานที่สำคัญของแหลมพรหมเทพ   บนจุดชมวิวแหลมพรหมเทพนอกจากจะมีวิวสวยๆ แล้วยังมีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และประภาคารกาญจนาภิเษก ซึ่งสามารถขึ้นไปชมวิวได้

อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์   พระประวัติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
 พระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์" ประสูติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๒๓ ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในเจ้าจอมมารดาโหมด เมื่อยังทรงพระเยาว์ ทรงได้รับการศึกษาขั้นต้น เมื่อพระชนมายุย่างเข้า ๑๓ พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมชนกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์แรกที่ได้ทรงศึกษาวิชาการทหารเรือยังประเทศอังกฤษ ทรงศึกษาวิชาทหารเรืออยู่ในประเทศอังกฤษเป็นเวลา ๖ ปีเศษ ทรงสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเสด็จกลับประเทศไทย ในวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓

 ทรงได้รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท ทรงปฏิบัติราชการต่างๆ ที่ทรงได้รับมอบหมาย ทรงเป็นพระองค์แรกที่ทรงวางรากฐานความเป็นปึกแผ่นให้แก่ทหารเรือ โดยทรงจัดทำแผนการพัฒนากองทัพเรือ ทรงจัดการศึกษาทางยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีการรบทางเรือตามแบบของประเทศในทวีปยุโรป ทรงเป็นนายทหารเรือไทยพระองค์แรกที่ทรงฝึกหัดและสอนให้นายทหารเรือไทย มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้บังคับบัญชาได้ ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ และก่อตั้งโรงเรียนนายช่างกลขึ้น กรมหลวงชุมพรฯ ทรงมีความสามารถ และความเชี่ยวชาญในการเดินเรือเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ทรงถือท้ายเรือด้วยพระองค์เองจนถึงยุโรป

 นอกจากนี้ได้ทรงเสด็จไปนำเรือหลวงพระร่วงจากยุโรปมายังประเทศไทย ทรงเป็นนายทหารเรือคนแรกที่นำนักเรียนนายเรือไปฝึกภาคยังต่างประเทศ นับตั้งแต่พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงปฏิบัติราชการอยูในกองทัพเรือ พระองค์ได้ทรงปรับปรุงกองทัพเรือให้มีความเจริญรุ่งเรืองและเข้มแข็งเยี่ยงกองทัพเรือในยุโรป ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ กองทัพเรือจึงได้รับการพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จากรมทหารเรือ เป็นกระทรวงทหารเรือ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือในเวลาต่อมา

 ด้วยพระเกียรติคุณ และพระกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่อกองทัพเรือ พระองค์จึงได้รับการเคารพและยกย่องจากทหารเรือและประชาชน จึงพร้อมใจถวายพระสมัญญานามให้เป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย"

ประภาคารกาญจนาภิเษก

ประภาคารกาญจนาภิเษก   พุทธศักราช ๒๕๓๙ ในมหามงคลวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร์รามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทรงดำรงสิริราชสมบัติมาครบ ๕๐ ปี ยังความปลื้มปิติยิดีแก่อาณาประชาราษฎร์ทุกถ้วนหน้าด้วยยาวนานกว่า สมเด็จพระบูรกษัตริย์พระองค์ใดในอดีต และยิ่งกว่ากษัตริย์พระองค์ใดในสากลโลกปัจจุบัน กองทัพเรือ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม หาที่สุดมิได้

 ด้วยตระหนักว่าตลอดระยะเวลา ๕๐ ปี ที่ครองราชย์ พระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงนำประเทศชาติและประชาชนให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งหลาย เหตุจากร้ายกลายเป็นดี เหตุหนักหนาคับขันได้บรรเทาคลายลง อีกทั้งได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหลาย ตลอดจนปัจจัยนานาประการ อันนำมาซึ่งความสุขไพศาลแก่มวลหมู่ประชาราษฎร์ โอกาสนี้จึงได้ร่วมกันสร้างประภาคารซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามเป็นสิริมงคลว่า "ประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพ" เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นราชสักการะ และเพื่อเป็นเครื่องหมายทางทะเลฝั่งตะวันตกของประเทศ อันจะเป็นหลักเขตส่องสว่างนำทางในการเดินเรือ ดุจดังสายพระเนตรอันยาวไกล และน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของปวงประชาจวบจนนิรันดร์

ประภาคารจำลอง

ประภาคารจำลอง   ภายในประภาคารกาญจนาภิเษกมีประภาคารจำลอง ซึ่งจำลองมาจากประภาคารแห่งอื่นๆ ของไทยเช่นประภาคารตากใบ จ.นราธิวาส กระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นต้น นอกจากแบบจำลองแล้วยังมีประวัติและข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับประภาคารแต่ละแห่ง ความรู้เรื่องสัญญาณต่างๆ ของประภาคารในการใช้สื่อสารกับเรือเดินทะเล

บันไดขึ้นยอดประภาคาร

บันไดขึ้นยอดประภาคาร   ประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพ เป็นประภาคารที่เปิดให้เข้าชมภายในได้ ขึ้นไปด้านบนสามารถมองเห็นวิวด้านตรงข้ามกับแหลมพรหมเทพ

วิวบนประภาคาร

วิวบนประภาคาร  

วิวเกาะหน้าแหลมพรหมเทพ

วิวเกาะหน้าแหลมพรหมเทพ  

รอชมพระอาทิตย์ตกแหลมพรหมเทพ

รอชมพระอาทิตย์ตกแหลมพรหมเทพ   เนื่องจากเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่นิยมที่สุดในภูเก็ต และเป็นจุดยอดนิยมอันดับต้นๆ ของไทย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างก็ขึ้นมารอชมพระอาทิตย์ตกกันจนเต็มบริเวณ ลานจอดรถยังไม่เพียงพอให้จอดได้ หลายคนต้องจอดซ้อนๆ กันไว้ และลงพร้อมๆ กันเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว

พระอาทิตย์ตกแหลมพรหมเทพ

พระอาทิตย์ตกแหลมพรหมเทพ   การชมพระอาทิตย์ตกนั้นนอกจากจะไปที่สถานที่สวยๆ แล้ว ต้องมีโชคดีด้วยจึงจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกสวยๆ สำหรับวันนี้นับว่าไม่สวยเท่าไหร่เพราะมองเห็นดวงอาทิตย์ไม่ชัด แสงสีก็ยังไม่สดใสพอ

วิวแหลมพรหมเทพ

วิวแหลมพรหมเทพ  



© 2012 www.touronthai.com